คนที่ฉันอยากพักพิง...

posted on 14 Aug 2010 20:03 by lovekyun  in Toilet

ฉันเดินทางผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน

เรียนรู้ทั้งสุข และ ทุกข์

เศร้า และ รอยยิ้ม

ได้พบเจอผู้คนมากมาย

ประสบการณ์ต่างๆสอนให้ฉันเข้มแข็งขึ้น

จนบางครั้งฉันลืมไปว่าความอ่อนแอเป็นอย่างไร

จากคนเจ้าน้ำตากลับกลายเป็นคนที่

แม้อยากร้องไห้แค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะร้องได้

ฉันพยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็ง

ทุกๆครั้งที่เจอะเจอปัญหา

ฉันเป็นที่พักพิงให้คนอื่นได้เสมอ

เพราะฉันรู้ว่าเวลาที่คนเราทุกข์นั้นเป็นอย่างไร

ฉันอยากเห็นเพื่อนๆและคนที่ฉันรักมีความสุข

และฉันก็ไม่อยากให้ใครเห็นว่าฉันอ่อนแอ

เพื่อที่เค้าจะสามารถไว้ใจฉันได้เสมอว่า

ไม่ว่าใครจะเจอเรื่องราวหนักหนาแค่ไหน

ฉันก็รับฟังและคอยให้กำลังใจได้ตลอดเวลา

แต่อีกด้านหนึ่งของฉันที่ซ่อนอยู่

ก็เต็มไปด้วยความอ่อนแอเหมือนกัน

ที่ฉันไม่แสดงออกมาตอนนี้เพราะ

ฉันไม่สามารถบอกคนที่ฉันอยากจะพักพิงกับเขาได้

หากเค้าคนนั้นเป็นพี่ชายของฉันคงดีไม่น้อย

แต่เขาไม่ใช่......

ทุกครั้งที่ฉันนึกถึงเขา

ฉันจะคิดว่า"คนคนนี้แหละที่ฉันอยากจะพักพิง"

อยากจะร้องไห้ด้วย อยากจะปรับทุกข์

อยากจะให้เขาปลอบ

ทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา

ฉันจะมีแต่เสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม

แม้เขาจะไม่พูดอะไรเลยสักคำฉันก็สามารถยิ้มได้

ไม่รู้เพราะอะไร...

ความรู้สึกเมื่ออยู่ใกล้เค้ามันทำให้ฉันสบายใจทุกครั้ง

แต่ฉันคงไม่สามารถพักพิงที่เค้าได้

เพราะเค้ามีคนที่เค้าต้องดูแลอยู่แล้ว

มีครั้งหนึ่งที่เขาและเธอทะเลาะกัน

เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเค้าเศร้าเหลือเกิน

ทำให้ฉันเห็นว่าเค้ารักผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน

นี่แหละมั้งอีกสาเหตุที่ทำให้ฉันชอบเค้า

ผู้หญิงคนนั้นโชคดีที่สุดที่มีผู้ชายอย่างเขาเคียงข้าง

บางครั้งฉันอยากจะโทรไป

แต่หัวใจกับสั่งร่างกายว่าไม่ให้โทร

บางครั้งอยากจะได้ยินเสียง

"ขอแค่ได้ยินเสียงเอง"ในใจฉันคิดแบบนี้

แต่ก็อีกนั่นแหละ

หัวใจก็สั่งไม่ให้โทร

เพราะอะไรหรอ

เหตุผลมันมากมายเหลือเกิน

และที่สำคัญคือไม่อยากให้เค้าลำบากใจ

ที่จะคุยกับเรา....

ฉันต้องบอกกับตัวเองทุกวันว่า อย่า

อย่า อย่า อย่า อย่า อย่า

อย่าคิดถึงเค้า อย่าโทรหาเค้า

เพราะฉันรู้ว่าตัวฉันเองไม่บริสุทธิ์ใจ

ฉันคงพูดไม่ได้เต็มปากว่าฉันไม่คิดอะไรกับเค้า

ซึ่งมันเป็นสิ่งที่แย่มากๆ

และแล้วฉันก็ต้องเก็บความทุกข์ของฉันไว้คนเดียวต่อไป

เพราะคนคนเดียวที่ฉันอยากพักพิง

ไม่ได้เกิดมาเพื่อฉัน....

และสิ่งที่ฉันอยากเห็นมากที่สุดคือ

เห็นเค้ามีความสุขฉันไม่อยากเห็นน้ำตาของ

ผู้ชายคนนี้อีกแล้ว.....

และในสายตาเค้า

ฉันก็จะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดิมที่มีแต่ความร่าเริง

เหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน

ฉันจะเก็บมันไว้อย่างนั้นตลอดไป......

เราเคยนั่งคิดทบทวนกันไหมว่าชีวิตนี้ที่เกิดมาคิดจะตอบแทนอะไรบุพการีเราบ้างพ่อและแม่ไม่ใช่แค่ผู้ให้กำเนิดแต่เป็นคนที่ให้ทั้งชีวิตและจิตใจกับลูกแล้วเราที่เป็นลูกละเคยคิดจะให้อะไรกับท่านบ้างพ่อแม่ทุกคนไม่ได้หวังเงินทองจากลูกเพียงแค่ลูกสามารถดูแลเลี้ยงตัวเองได้เพียงแค่นี้พ่อแม่ก็ตายตาหลับแล้ว.....กว่าจะเลี้ยงคนคนหนึ่งให้เติบโตมาได้มันช่างเป็นเรื่องที่หนักหนามากแม่ต้องอุ้มท้องเรานานเกือบปีจะกินอะไรก็ต้องนึกถึงอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ในท้องของตัวเองเป็นอันดับหนึ่งพ่อต้องออกไปทำงานเพื่อจะเก็บเงินให้ลูกได้เกิดมาดูโลกอย่างสุขสบายแม่ต้องคอยประคบประงม ว่าลูกในท้องจะปลอดภัยไหมความรู้สึกกังวลมีอยู่ตลอดครั่นเมื่อท้องแก่คนเป็นแม่ต้องคอยนับว่าวันนี้ลูกดิ้นบ้างไหมหากวันไหนไม่ดิ้นคนเป็นแม่ใจแทบขาดเพราะนั่นหมายถึงว่าเกิดอะไรผิดปกติกับลูกเมื่อยามลูกเกิดสิ่งที่พ่อแม่อยากเห็นคือลูกเกิดมาสมบูรณ์ ความรักที่ก่อเกิดมันมากมายยิ่งนักเป็นสายสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด....สิ่งหนึ่งที่พบเห็นเสมอไม่ว่าครอบครัวไหนก็ตามพ่อแม่มักจะยอมอดเพื่อให้ลูกได้อิ่มก่อนเสมอยามเมื่อลูกอยากได้สิ่งใดพ่อแม่จะคอยหามาให้ตลอดแม้สิ่งนั้นจะมีราคาแพงแค่ไหนเมื่อลูกเติบโตต้องร่ำเรียนเปรียบได้กับนกที่ต้องบินออกจากรังเพื่อไปเรียนรู้หัวอกคนเป็นพ่อแม่มีแต่ความห่วงถึงแม้บางครั้งอยากจะกอดเก็บลูกไว้กับตัวแต่ก็เพื่อลูกจะสามารถมีชีวิตอยู่รอดในโลกได้พ่อกับแม่ก็จำต้องปล่อยให้ลูกบินออกไปได้แต่มองข้างหลังลูกด้วยความห่วงใยแล้วลูกละ “เคยหันกลับมามองพ่อกับแม่บ้างไหม”ลูกอาจคิดว่าชีวิตของลูกเพิ่งเริ่มต้นยังมีเวลาอีกยาวนานที่จะใส่ใจพ่อแม่แต่ลูกอย่าลืมว่า……พ่อแม่เรามีชีวิตผ่านมาเกือบครึ่งชีวิตแล้วทุกวัน ทุกเวลา ที่พ่อกับแม่มี มีค่ามากกว่าสิ่งใดในโลกในเรื่องพ่อแม่อย่าพลัดวันประกันพรุ่งโปรดทำทุกวันให้ท่านมีความสุขเพราะหากสักวันหนึ่งท่านจากเราไปแล้วแม้อยากจะแสดงให้ท่านรู้ว่าลูกรักมากแค่ไหนกตัญญูมากแค่ไหนมันก็ไม่สามารถเรียกวันนั้นกลับมาได้อีกแล้ว

ขอบใจ

posted on 04 Jun 2010 23:54 by lovekyun

วันนี้ไปสังสรรกับเพื่อนๆมา

ไปฉลองให้เพื่อนที่สอบติดตำรวจ

และนัยแอบแฝงก็คือเพื่อไปเจอกับ"ขาตะเกียบ"

อีกไม่กี่วันก็วันเกิดแกแล้ว

เมื่อปีที่แล้วฉันทำพวงกุญแจให้

ปีนี้ฉันคิดหนักเลยว่าจะให้อะไรแกดีรึไม่ให้เลยดีกว่าไหม

เพราะฉันไม่แน่ใจว่าแกจะรับของขวัญของฉันไหม

เจอแกครั้งนี้ฉันพยายามจะไม่สนใจแก

พยายามหลบตา....

แต่ก็หาโอกาสที่จะให้ของขวัญแกตลอด

เพราะไม่อยากให้เพื่อนคนอื่นเห็น

อยากอยู่กับแกให้นานกว่านี้วะ

แต่ก็นะ....เอาเถอะได้เจอแกฉันก็มีความสุขแล้ว

สุดท้ายตอนจะกลับก็มีโอกาสที่เราได้ให้ของขวัญ

แกรับไว้ถามฉันว่าอะไร

ฉันบอกแกว่าของขวัญวันเกิดขี้เกียจส่งไปรษณีย์ให้

ฉันคิดว่าแกจะบอกว่า"ไม่ต้องหรอก"ซะอีก

แต่แกกลับบอกว่า"ขอบใจ"แล้วเก็บของขวัญไว้ที่กระเป๋าเสื้อ

หวังว่าแกคงชอบของขวัญปีนี้นะ^^

และขอบใจอีกครั้งที่แกยังเป็นเพื่อนกับฉันมาถึงวันนี้

แกคงเป็นผู้ชายคนเดียวที่ฉันสบายใจเสมอที่ได้เห็นหน้า

ตั้งแต่วันที่เจอแกครั้งแรกจนถึงวันนี้

ความรู้สึกฉันที่มีให้แกยังคงเหมือนเดิม

แกเองก็คงรู้ใช่ไหม......รักแกวะ "ขาตะเกียบ"

ฉันรู้....และเจ็บปวด

posted on 28 Apr 2010 09:37 by lovekyun  in Toilet

เมื่อหลายวันก่อนได้รับเมลจากเพื่อนเก่าคนนึง

เคยมั๊ย เมื่อคุณคิดถึงใครบางคน คุณรู้สึกทรมาน เพราะคุณคิดไปว่า
เขาคนนั้น
อาจจะไม่ได้คิดถึงคุณอยู่ ถึงแม้วาการได้คิดถึงใครซักคนนั้น
จะเป็นทุกข์บ้าง
แต่ก็ชุ่มชื่นหัวใจ ทำให้คุณต้องมานั่งคิดกระวนกระวายว่า
คุณมีความหมายสำหรับเขาบ้างหรือเปล่านะ เขาจะแคร์คุณบ้างไหมนะ

คุณจะรีบรับโทรศัพท์ทันที เพราะคิดว่า อาจเป็นเขาคนนั้น
คุณมองออกไปนอกหน้าต่าง เพราะคิดว่า เขาอาจจะปรากฎตัวอยู่ที่นั่น
คุณนั่งอยู่หน้าทีวี แต่จิตใจกลับคิดถึงเขาคนนั้น
จนทำให้พลาดตอนอวสานของละครเรื่องโปรด
คุณเอนกายลงบนเตียง ก็พลันคิดถึงช่วงเวลาที่ไปไหนต่อไหนด้วยกัน
คุณคิดถึงแต่ว่า เราคงจะได้มานั่งมองดาวด้วยกันอีก
คุยกันทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นความฝัน หรืออนาคต
คุณออนไลน์อินเตอร์เน็ท เพื่อหวังจะได้พบเขา
และก็เริ่มวิตกกังวลว่าเขาจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า
เมื่อเขาไม่ได้ออนไลน์
หรือตอบกลับมา
การได้คิดถึงใครบางคน เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณเติบโต
และได้สัมผัสกับความเปลี่ยวเหงา
มันสอนให้คุณเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความอ้างว้าง
และทำให้คุณรู้จักอีกความรู้สึกหนึ่ง นั่นคือ ความว่างเปล่า

บางครั้ง มันก็รู้สึกดีนะ ที่ได้คิดถึงใครซักคน
เพราะมันทำให้คุณรู้ว่า
คุณใส่ใจใครคนนั้น
และคุณปล่อยใจที่จะสัมผัสความรู้สึกรักและใส่ใจที่มีเขา

แต่ในขณะเดียวกัน การที่คิดถึงใครคนนั้น โดยที่เราไม่รู้ว่า
เขารู้สึกเหมือนเราหรือเปล่า
ช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน
และคุณกลับรู้สึกว่า คุณถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง

ดังนั้น หากคุณคิดถึงใคร จงบอกให้เขาได้รับรู้บ้าง
และเช่นเดียวกัน
ถามเขาซิว่า
เขารู้สึกอย่างเดียวกันหรือเปล่า

อย่าปล่อยให้ความรู้สึกคิดถึง เปลี่ยนแปรเป็นความอิจฉา
หรือความหวาดระแวง

หากใครคิดถึงคุณ และคุณรับรู้ จงบอกเขาเถิด ว่าคุณรับทราบแล้ว
หากคุณคิดถึงเขาตอบ ก็จงบอกเราเช่นกัน อย่าให้เขา....รอ....เลยนะ

ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่แค่ FW MAIL แต่มันเป็นเมลที่ต้องการจะบอก

ความในใจให้กับคนรับได้รับรู้มากกว่า

และฉันก็รู้ว่าคนคนนั้นที่เพื่อนอยากจะบอกคือใคร

"ขาตะเกียบ"แกยังคงเป็นผู้ชายคนเดียวในห้อง

ที่มีแต่คนรักและยังรักอยู่

ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียว......

ฉันจะไม่คิดอะไรเลยกับเมลฉบับนี้ถ้าวันนั้น

ฉันไม่เห็นแกกับเพื่อนคนนี้กอดกัน

เจ็บปวดว่ะ...

หาเหตุผลไม่ได้เหมือนกัน

ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าฉันเห็นแก่ตัวมาก

ทั้งทีในความเป็นจริงฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกอะไรกับแกเลย

นอกจากความเป็นเพื่อน

แกเคยบอกว่าแกไม่เอาเพื่อนเพราะแกไม่อยากเสียเพื่อน

แต่ระหว่างแกกับเค้า....มันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้

ฉันเหมือนคนบ้าวะไม่อยากให้แกได้กับใครถึงแม้จะเป็นฉันเองก็ตาม

ทุกวันนี้แกทำตัวเหมือนผู้ชายหลั่นลาฉันว่าฉันยังโอเคมากกว่า

แกจะตกลงปลงใจกับใคร

ฮ่าๆๆๆฉันขำตัวเองวะไม่รู้คิดกับแกยังงี้ได้ไง

วันนั้นแกบอกว่าแกไม่แต่งงานหรอก(ซึ่งแกบอกมาเสมอ)

ฉันบอกแกว่าเออ..ดีเพราะฉันอยากไปแค่งานบวชแกไม่อยากไปงานอื่น

แกถามว่างานอะไรอ่ะงานอื่น

"แต่งงานไงไม่อยากไป"

แกหันมามองหน้าฉันและสบตา

สิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เคยเข้าใจเลย

แกรับรู้มาตลอดว่าฉันรักแก

แต่แกก็ไม่เคยทำตัวห่างเหินกับฉันเล

ทุกครั้งที่เจอแกยังคงถามอ่างห่วงใยเสมอ

แกยังคงรับฟังปัญหาฉันเสมอ

และแกคงเป็นเพื่อนคนเดียวที่เข้าใจฉันจริงๆ

ถึงแม้เราจะคุยกันน้อยมากก็ตาม

กลับเป็นฉันเองที่พยายามทำตัวห่างเหินกับแก

และเอาแต่คิดถึงแกในความฝันเท่านั้น

ฉันอยากโทรหาแก

อยากบอกแกว่าคิดถึง

อยากเป็นที่พึ่งให้แก

ทุกวันนี้ฉันยังหยิบเฟรนชิพมาอ่านเสมอ

โดยเฉพาะหน้าสุดท้าย

ซึ่งฉันไม่เคยคิดเลยว่าแกจะเลือกเขียนหน้าสุดท้าย

ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะรักคนๆนึงได้นานขนาดนี้

และมันเป็นความทรงจำที่สวยงามเสมอ

ทุกครั้งที่คิดถึงแก

ฉันแค่อยากจะบอกว่าคิดถึงแกเท่านั้นแหละ

 

 

 

หลังจากวันนั้น

ฉันเพิ่งจะได้เจอกะแก

รู้ไหมว่าฉันกลัวแค่ไหนที่ต้องเจอกะแก

แต่ท้ายที่สุด

ทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

ฉันดีใจวะ

และฉันจะรักษาความเป็นเพื่อนของเรา

ไว้ตลอดไป

แม้บางครั้งฉันอยากจะอยู่ใกล้แกแค่ไหน

ฉันก็จะพยายามข่มใจตัวเอง

และบอกกับตัวเองว่าเราเป็นได้แค่เพียงเพื่อนเท่านั้น

แต่แค่เพื่อนฉันก็มีความสุขแล้ววะ

"ขาตะเกียบ" วันนี้เป็นความทรงจำที่ดี่ที่สุด

ระหว่างแกกะฉัน

วันนี้แกถ่ายรูปคู่กะฉัน แกนั่งใกล้ๆฉัน

ฉันดีใจจริงๆ

ขอบใจนะเว้ย ที่อยากเป็นเพื่อนของฉันอยู่

รักแกเสมอและตลอดไป

ด.ญ.หน้าม้า